วิธีการเล่นบาคาร่าอย่างละเอียด และการเล่นที่ถูกต้อง พร้อมกฏกติกาในปี 2022

หากท่านต้องการที่จะเล่นบาคาร่าหรือบาคาร่าออนไลน์ แต่ท่านยังไม่มีความรู้ใดๆเลย เกี่ยวกับวิธีในการเล่น หรือ ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับ บาคาร่า ใดๆเลยทั้งสิ้น ในวันนี้ทางเราจะขอมาอธิบายสั้นๆ ให้ท่านได้อ่าน เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเล่นบาคาร่า ซึ่งเดิมทีแล้วบาคาร่านั้นเป็นเกมไพ่ ที่ท่านจำเป็นที่จะต้องไปเล่นที่โต๊ะ แต่ในปัจจุบันได้มีการนำมาเล่น ผ่านทางเว็บไซต์ออนไลน์ต่างๆ ซึ่งท่านสามารถเล่นผ่านทางโทรศัพท์มือถือของท่านได้เลย เพียงท่านทำการเข้าสู่ระบบ ไปยังเว็บไซต์ที่ท่านได้ทำการสมัครสมาชิกไว้ ด้วยรหัสสมาชิกของท่าน หลังจากที่ท่านทำการฝากเงินเข้าสู่ระบบเรียบร้อยหมดแล้ว ก็ให้เข้าไปยังคาสิโนที่ท่านต้องการเล่น แล้วเลือกห้องบาคาร่าได้เลย ซึ่งในการเล่นบาคาร่านั้น หลายๆท่านจะมีเทคนิคต่างๆที่แตกต่างกันออกไป ท่านสามารถอ่านเกี่ยวกับเทคนิคต่างๆได้ที่ด้านล่างนี้เลย 

การเล่นบาคาร่า

วิธีการเล่นบาคาร่า

ในการเล่นบาคาร่านั้นโดยส่วนใหญ่แล้ว จะใช้ไพ่ทั้งหมด 8 สำรับในการเล่น และจะไม่ใส่ไพ่โจ๊กเกอร์รวมเข้ามาข้างในด้วย ซึ่งก่อนที่จะทำการเล่นใดๆ ทางดัลเลอร์จะนำไพ่ทั้งหมดมาทำการสับ หรือ ตัด ทำให้ไพ่ทั้งหมดไม่กองกันนั่นเอง จากนั้นก็จะทำการจั่วไพ่ออกมาทั้งหมด 10 ใบเพื่อทำการทิ้ง จากนั้นดีลเลอร์ก็จะทำการสอดไพ่สีแดง ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าเกมจะจบเมื่อไหร่ โดยดีลเลอร์จะทำการแจกไพ่ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจั่วไพ่สีแดงออกมา หลังจากที่จั่วได้ไพ่สีแดงออกมาแล้ว ก็จะทำการสับไพ่ใหม่นั่นเอง หรือ เริ่มโต๊ะใหม่ ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงท้ายๆของการเล่นทั้งหมด หลังจากนั้นก็จะเริ่มเกมใหม่ไปเรื่อยๆ

หลังจากที่ท่านได้ทำการเข้ามาในห้อง หรือ โต๊ะบาคาร่า ท่านก็จะสังเกตุเห็นช่องทางในการวางเดิมพันต่างๆ ซึ่งจะมีทั้งหมด 5 ช่องเลยด้วยกัน และจะมีแบ่งฝ่ายหลักๆทั้งหมด 3 ฝ่ายนั่นก็คือ Banker, Player และ Tie ส่วนช่องอื่นๆอีก 2 ช่องนั้นจะขึ้นอยู่กับว่า จะอยู่ในของแต่ละฝ่าย นั่นก็คือ Player Pair กับ Banker Pair ซึ่งทั้งสองตัวนี้ จะสามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ หากไพ่สองใบแรกที่เปิดขึ้นมาบนฝ่ายนั้นๆ เป็นไพ่ที่มีจำนวนแต้มเท่ากัน หรือ ไพ่เหมือนกัน ก็จะได้รับเงินรางวัลขึ้นอยู่กับสูตรบาคาร่าที่เรามีหรือจะไม่เป็นวิธีการเล่นที่เราสร้างขึ้นมา

อัตราการจ่ายเงินของบาคาร่า

ในการได้รับเงินรางวัลจากการเดิมพันในแต่ละช่องนั้นจะได้รับไม่เท่ากัน หรือ มีอัตราที่แตกต่างกันออกไป เนื่องจากโอกาสในการชนะนั้น มีไม่เท่ากันนั่นเอง โดยหากยิ่งโอกาสในการชนะในช่องนั้นมีน้อยเท่าไหร่ อัตราการจ่ายเงินก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น และถ้าหากโอกาสในการชนะในช่องนั้นๆมีมากขึ้น เงินรางวัลก็จะลดลงตามเช่นกัน เรียกได้ว่าก็แฟร์ๆกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งอัตราการจ่ายเงินจะมีดังนี้

ช่องที่วางเดิมพันอัตราการจ่ายเงิน
Player (เพลย์เยอร์)1:1
Banker (แบงค์เกอร์)0.95:1
Player Pair (เพลย์เยอร์ คู่)11:1
Banker Pair (แบงค์เกอร์ คู่)11:1
Tie (เสมอ)8:1

ท่านจะสังเกตุเห็นได้ว่าในการเดิมพันในช่องของทางฝ่าย Banker นั้นจะได้ไม่เต็มอัตรา หรือหลายๆท่านอาจรู้จักกันในนาม ค่าน้ำ, ค่าต๋ง หรือ ค่าคอมมิชชั่น ซึ่งหลายๆท่านเกิดความสงสัยที่ว่า ทำไมโอกาสในการชนะก็พอๆกัน แต่ทำไมกลับได้เงินน้อยกว่า ซึ่งต้องบอกเลยว่าในการที่ท่านทำการวางเดิมพันในทางฝั่งของ Banker ในเกมบาคาร่านั้น ถือเป็นธรรมเนียมสากลทั่วโลก ซึ่งไม่ว่าท่านจะเล่นในรูปแบบออนไลน์ หรือ เล่นตามคาสิโนต่างๆก็ตาม ท่านก็จะต้องเสียค่าต๋งในการวางเดิมพันในทางฝั่งของ Banker เป็นจำนวน 5% หรือ 0.05:1 นั่นเอง และจากที่ว่าโอกาสในการชนะเท่าๆกันนั้น ทางฝ่ายของ Banker นั้นมีโอกาสในการชนะมากกว่าเพียงเล็กน้อย เนื่องจากการที่ทางฝ่าย Banker จะทำการจั่วไพ่ใบที่สามเพิ่มนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าทางฝ่าย Player นั้นจั่วไพ่ใบที่สามได้อะไรด้วย ซึ่งทางฝาก Banker ก็จะสามารถดูได้ว่าจำเป็นที่จะต้องทำการจั่วเพิ่มหรือไม่ ซึ่งเรียกได้ว่าได้เปรียบกว่าจริงๆ 

กฏและกติกาของการเล่นบาคาร่า

เกมบาคาร่านั้นเป็น เกมไพ่ที่แข่งกันระหว่าง "ผู้เล่น" กับ "เจ้ามือ" ซึ่งเกมนี้จะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ฝ่ายหลักๆให้ท่านได้เลือกวางเดิมพัน ฝ่ายแรกจะเป็นฝ่าย Player (เพลย์เยอร์) ซึ่งเป็นช่องสีฟ้าที่อยู่ทางซ้ายมือของตาราง และ ฝ่าย Banker (แบงค์เกอร์) ซึ่งเป็นช่องสีแดงที่อยู่ทางขวามือของตาราง และ Tie (เสมอ) ซึ่งเป็นช่องสีเขียวที่อยู่ตรงกลางระหว่างฝ่าย Banker กับ Player ซึ่งในการเล่นนั้น ดีลเลอร์ หรือ คนแจกไพ่ จะให้ท่านทำการเลือกว่า ฝ่ายไหนจะเป็นฝ่ายที่ชนะ และให้ท่านทำการวางเดิมพันไปที่ฝ่ายนั้น ก่อนที่จำหมดเวลาวางเดิมพัน จากนั้นทางดีลเลอร์ก็จะเปิดไพ่ขึ้นมา จากนั้นหากท่านเป็นฝ่ายที่ชนะ ท่านก็จะได้รับเงินรางวัลพร้อมเงินเดิมพันกลับไป แต่ถ้าหากท่านทำการวางเดิมพันไปในฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แล้วฝ่ายท่านเป็นฝ่ายที่แพ้ ท่านก็จะเสียเงินเดิมพันไป ในการเล่นบาคาร่า จะดูว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายที่แพ้ หรือ ฝ่ายที่ชนะ จะมาจากการนับแต้มที่เปิดไพ่ออกมา

ซึ่งหากฝ่ายไหนได้ผลรวมของ แต้มใกล้เคียงกับ 9 มากที่สุดก็จะเป็นฝ่ายที่ชนะไป อีกทั้งในการเล่นบาคาร่านั้น ยังมีไพ่ป็อกด้วย ซึ่งคล้ายคลึงกันกับไพ่ป็อกเด้งเลย เพียงแต่ว่าในการเล่นบาคาร่านั้น จะไม่มีการได้เด้งต่างๆ ซึ่งจะนับกันเพียงแค่แต้มอย่างเดียว และในการป็อกนั้น จะสามารถได้รับเฉพาะการที่เปิดไพ่เพียง 2 ใบแรก แล้วได้ผลรวมของแต้มทั้งหมด 8-9 แต้มเพียงเท่านั้น ซึ่งถ้าหากว่ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ที่ได้ไพ่ 2 ใบแรกรวมกันได้ 8-9 แต้ม ก็จะเป็นอันจบตา ซึ่งก็จะมาดูกันต่อว่า ใครได้แต้มใกล้เคียงกับ 9 มากที่สุด ก็จะเป็นฝ่ายที่ชนะไป แต่ถ้าหากทั้งสองฝ่าย ได้ทำการเปิดไพ่ออกมา แล้วปรากฏว่าไพ่ของทั้งสองฝ่ายนั้น มีผลรวมของแต้มที่เท่ากัน ผลแพ้ชนะก็จะออกมาเป็นเสมอ ซึ่งหากผลออกมาเป็นเสมอ แล้วหากท่านลงวางเดิมพันไว้ในช่องเสมอแล้วหล่ะก็ ท่านก็จะได้รับเงินรางวัลกลับไป และถ้าหากท่านวางเดิมพันไว้ในฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นทางฝ่ายของ Banker หรือ ทางฝ่ายของ Player ท่านก็จะได้รับเงินเดิมพันกลับคืนไป เป็นจำนวนเท่าเดิม และในอีกกรณีนึง ถ้าหากไม่มีฝ่ายใดได้รับไพ่ป็อก เกมก็จำดำเนินต่อไป โดยจะทำการนับแต้ม ซึ่งก็จะมาดูต่อว่า จำนวนแต้มที่ฝ่ายนั้นๆได้รับนั้น เข้าเกณฑ์ในการจั่วไพ่เพิ่มหรือไม่ ซึ่งในการเข้าเกณฑ์การจั่วไพ่จะมีดังนี้

แต้มของไพ่แต่ละใบ
A มีค่าเท่ากับ 1 แต้ม
2-9 มีค่าตามที่ปรากฏ
10, J, Q, K มีค่าเท่ากับ 0

เกณฑ์การจั่วไพ่บาคาร่า

มาในส่วนของ เกณฑ์ในการจั่วไพ่ของเกมบาคาร่ากันบ้าง หลังจากที่ทางดีลเลอร์ ได้ทำการแจกไพ่ให้กับทั้งสองฝ่ายแล้ว ถ้าหากไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งป็อก ก็จะมาดูกันว่า จำนวนแต้มที่แต่ละฝ่ายมีนั้น เข้าเกณฑ์ในการจั่วไพ่ใบที่ 3 เพิ่มหรือไม่ ซึ่งจะแบ่งเกณฑ์เป็นทั้งหมด 2 ฝ่ายด้วยกัน นั่นก็คือเกณฑ์ของทางฝ่าย Player และ เกณฑ์ของฝ่าย Banker ตามมา เนื่องจากลำดับของการแจกไพ่นั้น และ ลำกับการจั่วไพ่เพิ่ม ทางดีลเลอร์จะทำการแจกไพ่ให้กับทางฝ่าย Player เป็นฝ่ายแรกก่อนเสมอ 

เกณฑ์ในการจั่วไพ่ใบที่สามของฝ่าย Player (เพลย์เยอร์)แต้มของไพ่ทั้งหมดสองใบการจั่วไพ่ใบที่ 30, 1, 2, 3, 4, 5จั่วไพ่ใบที่ 3 เพิ่ม6, 7ไม่จั่ว8, 9ไพ่ป็อกอ้างอิงกฏจาก SA Gaming

และนี่ก็เป็นเกณฑ์ในการจั่วไพ่ใบที่สามเพิ่มของทางฝ่าย Player ที่เป็นฝ่ายได้รับไพ่ครบสองใบก่อนเป็นฝ่ายแรก โดยทางเราจะขอยกตัวอย่างเช่น ดีลเลอร์ทำการแจกไพ่ให้ทั้งสองฝ่าย ฝ่ายละ 2 ใบ ดีลเลอร์ได้ทำการเปิดไพ่ของทางฝ่าย Player ออกมาได้ผลรวมของแต้มที่ 3 แต้ม และดีลเลอร์ได้ทำการเปิดไพ่ของทางฝ่าย Banker ออกมาได้ผลรวมที่ 4 แต้ม ซึ่งในกรณีนี้ ไม่มีฝ่ายใดได้ไพ่ป็อก หรือ ผลรวมของแต้มไพ่สองใบเท่ากับ 8 หรือ 9 ดีลเลอร์ก็จะทำการจั่วไพ่เพิ่มให้กับทางฝ่าย Player ก่อน เนื่องจากแต้มของผลรวมไพ่สองใบมีค่าเท่ากับ 3 แต้ม ซึ่งเข้าเกณฑ์ในการจั่วไพ่ใบที่สามเพิ่มนั่นเอง

เกณฑ์ในการจั่วไพ่ใบที่สามของฝ่าย Banker (แบงค์เกอร์)แต้มของไพ่ทั้งหมดสองใบการจั่วไพ่ใบที่สาม0, 1, 2จั่วไพ่ใบที่สาม ทุกกรณี3ถ้าหากฝ่าย Player จั่วได้ 8, ไม่จั่วเพิ่ม4ถ้าหากฝ่าย Player จั่วได้ 0, 1, 8, 9, ไม่จั่วไพ่เพิ่ม5ถ้าหากฝ่าย Player จั่วได้ 0, 1, 2, 3, 8, 9, ไม่จั่วไพ่เพิ่ม6ถ้าหากฝ่าย Player จั่วได้ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 8, 9, ไม่จั่วไพ่เพิ่ม7ไม่จั่วไพ่เพิ่มทุกกรณี8,9ไพ่ป็อกอ้างอิงกฏจาก SA Gaming

และนี่ก็เป็นเกณฑ์ในการจั่วไพ่ใบที่สามเพิ่ม ของทางฝ่าย Banker ซึ่งในการจั่วไพ่ใบที่สามเพิ่มของทางฝ่ายนี้ จะเน้นไปที่ว่าทางฝ่าย Player เข้าเกณฑ์ในการจั่วหรือไม่ และถ้าหากจั่วเพิ่ม ก็จะมาดูว่าทางฝ่าย Player จะจั่วไพ่ใบที่สามมาได้อะไร แต่ก็ไม่ใช่ว่าหากทางฝ่าย Player ไม่จั่วไพ่ใบที่เพิ่ม ทาง Banker ก็จะไม่จั่ว ซึ่งก็ต้องดูด้วยว่า ผลรวมของไพ่ทั้งสองใบของทางฝ่าย Banker นั้นมีเท่าไหร่ ซึ่งถ้าหากผลรวมไพ่สองใบของทางฝ่าย Banker นั้นมีต่ำกว่า 6 หรือไม่ ซึ่งถ้าหากต่ำกว่า ทางดีลเลอร์ก็จะทำการจั่วไพ่ใบที่สามให้กับทาง Banker เพื่อให้ท่านเห็นภาพ ทางเราจะขอยกตัวอย่างให้ท่านได้ชมกัน ดีลเลอร์ทำการแจกไพ่ให้ทั้งสองฝ่าย ฝ่ายละสองใบ ดีลเลอร์ได้ทำการเปิดไพ่ของทางฝ่าย Player ออกมาได้ผลรวมของแต้มที่ 7 แต้ม และดีลเลอร์ได้ทำการเปิดไพ่ของทางฝ่าย Banker ออกมาได้ผลรวมที่ 4 แต้ม ซึ่งในกรณีนี้ ไม่มีฝ่ายใดได้ไพ่ป็อก หรือ ผลรวมของแต้มไพ่สองใบเท่ากับ 8 หรือ 9 ดีลเลอร์ก็ไม่จะทำการจั่วไพ่เพิ่มให้กับทางฝ่าย Player เนื่องจากแต้มของผลรวมไพ่สองใบมีค่าเท่ากับ 7 แต้ม ซึ่งไม่เข้าเกณฑ์ในการจั่วไพ่ใบที่สามเพิ่มให้กับทางฝ่าย Player ดังนั้นดีลเลอร์ก็จะทำการจั่วไพ่ใบที่สาม เพิ่มให้กับทางฝ่าย Banker เนื่องจากผลรวมของแต้มทั้งสองใบของทางฝ่าย Banker นั้นเข้าเกณฑ์ และถ้าหากทางฝ่าย Banker ได้ทำการจั่วไพ่ที่มีจำนวน 4 แต้มขึ้นมา ก็จะเท่ากับว่าทางฝ่าย Banker ไพ่ทั้งหมดสามใบนั้นมี ผลรวมของแต้มเท่ากับ 8 แต้ม ซึ่งแต้มของทางฝ่าย Banker นั้นมีใกล้เคียงกับ 9 หรือ แต้มของทางฝ่าย Banker นั้นมีมากกว่าทางฝ่าย Player ในตานี้ทางฝ่าย Banker ก็จะชนะไป

สรุปวิธีการเล่นบาคาร่า

เกมบาคาร่านั้นเป็นเกมไพ่ที่ท่านสามารถแข่งกับเจ้ามือ ในการวางเดิมพันจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ฝ่าย Player, Banker และ Tie ซึ่งในการเล่นนั้น ทางดีลเลอร์จะทำการแจกไพ่ให้กับทั้ง 2 ฝ่าย นั่นก็คือ Banker และ Player ฝ่ายละสองใบ และสามารถจั่วไพ่ได้สูงสุดฝ่ายละ 1 ใบ ซึ่งในการจั่วไพ่ใบที่สามเพิ่มนั้น จะต้องเข้าเกณฑ์ในการจั่วไพ่เพิ่มด้วยเช่นกัน จากนั้นก็จะมานับกันว่าฝ่ายไหนได้ผลรวมของแต้มมากกว่ากัน ซึ่งฝ่ายที่มีผลรวมของแต้มที่หมดที่มากกว่าอีกฝ่าย ก็จะเป็นฝ่ายที่ชนะไป